EPR (Extended Producer Responsibility)
คือ หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต นอกเหนือจากส่งเสริมการคัดแยกขยะโดยผู้บริโภคแล้ว ผู้ผลิตยังต้องใส่ใจถึงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการจัดการที่ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยในประเทศไทย มีการเตรียมความพร้อมเป็น 3 ระยะ
ระยะที่ 1 ปี 2568-2569
สนับสนุน EPR ภาคสมัครใจ
ระยะที่ 2 ปี 2570
เข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมระบบ
ระยะที่ 3 ปี 2571
การบังคับใช้กฎหมาย EPR
Extended Producer Responsibility (EPR)
ระยะที่ 1 ปี 2568-2569 : สนับสนุน EPR ภาคสมัครใจ
ตามหลักการของ EPR ผู้ผลิตจะมีหน้าที่จัดตั้งตัวแทนผู้ผลิต (PRO : Producer Responsibility Organization) ขึ้นเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันมี PRO สำหรับบรรจุภัณฑ์เกิดขึ้น ได้แก่ PRO-Thailand Network (Packaging Responsible Organization) ที่ทำหน้าที่สร้างกลไกในการเก็บกลับรับซื้อ ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มเอกชน 8 ราย สำหรับในด้านกฎหมายได้เริ่มมีการยกร่าง พ.ร.บ. การจัดการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เพื่อนำเข้าพิจารณาเป็นกฎหมายที่สำคัญในการจัดการขยะ
ระยะที่ 2 ปี 2570 : เข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมระบบ
เนื่องจากค่าธรรมเนียม EPR Fee จะถูกเรียกเก็บเพิ่มจากผู้ผลิตที่ไม่ได้รับผิดชอบขยะผลิตภัณฑ์ของตนเอง ดังนั้นระบบข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส จึงมีความสำคัญภายใต้หลักการของ EPR นอกจากนี้ผู้ผลิตจำเป็นต้องมีเป้าหมายในการส่งเสริมนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นในวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เพื่อลดขยะฝังกลบ
ระยะที่ 3 ปี 2571 : การบังคับใช้กฎหมาย EPR
ผลการดำเนินการ
ระยะที่ 1 ปี 2568-2569
สนับสนุน EPR ภาคสมัครใจ
ระยะที่ 2 ปี 2570
เข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมระบบ
ระยะที่ 3 ปี 2571
การบังคับใช้กฎหมาย EPR